สยามชัยเต็นท์

แนะนำ! 12 ตลาดนัดเปิดท้ายทั่วกรุงเทพฯ

ตลาดเปิดท้ายขายของ ถือเป็นหนึ่งในแหล่งชอปปิงยอดนิยมตลอดกาลของคนไทย โดยเฉพาะผู้ที่หลงใหลในเสน่ห์ของสินค้ามือสอง เสื้อผ้าแฟชั่น หรืองานวินเทจหายากในราคาที่จับต้องได้ ความคึกคักเหล่านี้ไม่เพียงดึงดูดนักช้อปเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้คนทั่วไปผันตัวมาเป็น “พ่อค้าแม่ค้าหน้าใหม่” ได้ไม่ยาก เพราะเริ่มต้นได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทุนสูง

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนจะหารายได้เสริม การมีแค่สินค้าดีอาจไม่เพียงพอ การเตรียมหน้าร้านให้พร้อมก็เป็นหัวใจสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการจัดดิสเพลย์บนรถให้โดดเด่น หรือการเตรียมอุปกรณ์สำหรับตั้งร้านอย่างมืออาชีพ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่อากาศแปรปรวน การมองหาบริการเช่าเต็นท์ หรือเตรียมเต็นท์ผ้าใบคุณภาพดีไว้ล่วงหน้า จึงเป็นตัวช่วยสำคัญที่นอกจากจะช่วยกันแดดกันฝน ปกป้องสินค้าเสียหายแล้ว ยังช่วยแบ่งสัดส่วนร้านให้ดูน่าเชื่อถือและดึงดูดลูกค้าได้มากขึ้นอีกด้วย

บทความนี้ สยามชัยเต็นท์ จะพาคุณไปเจาะลึกเทคนิคการเตรียมตัวสำหรับมือใหม่ พร้อมเปิดลายแทง 12 ตลาดนัดเปิดท้ายขายของ ย่านกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่คัดมาแล้วว่าทำเลดี คนเดินเยอะ เหมาะกับการไปตั้งแผงขายของที่สุด!

ทำความรู้จัก “ตลาดนัดเปิดท้าย” คืออะไร และทำไมถึงได้รับความนิยม

ตลาดนัดเปิดท้ายขายของมีที่มาตั้งแต่ในช่วงปี 2540 หรือยุคภาวะเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง ที่ผู้คนมักนำสินค้าแบรนด์เนม เสื้อผ้า เครื่องประดับต่าง ๆ มาขาย โดยใช้รถเป็นที่ตั้งแผง และเปิดท้ายรถเพื่อให้คนได้เข้ามาเลือกสินค้า จึงเป็นที่มาของคำว่า “เปิดท้าย” ซึ่งมาจากการเปิดท้ายรถ โดยปัจจุบันแม้รูปแบบจะพัฒนาไปสู่การตั้งแผงหรือเต็นท์มากขึ้น แต่คำว่า “เปิดท้าย” ยังคงถูกใช้เรียกตลาดนัดกลางคืนที่เน้นขายของมือสอง ของวินเทจ หรือสินค้าแฟชั่นราคาประหยัด

สาเหตุที่ตลาดเปิดท้ายขายของได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นโมเดลที่ “วิน-วิน” ทั้งสองฝ่าย สำหรับผู้ขาย ถือเป็นอาชีพเสริมที่ลงทุนต่ำ ค่าเช่าที่มักไม่แพง อีกทั้งยังมีความยืดหยุ่นสูง ใครที่มีของเหลือใช้ก็สามารถนำมาเปลี่ยนเป็นเงินได้ทันที ส่วนผู้ซื้อหลายคนก็หลงใหลในเสน่ห์ของการค้นหาของดีราคาถูก ของหายาก หรือสินค้าราคาย่อมเยาที่ต่อรองได้ รวมถึงบรรยากาศที่ผ่อนคลาย เหมาะกับการเดินเล่นพักผ่อนหลังเลิกงาน

เปิดท้ายขายของที่ไหนดี? แนะนำ 12 ตลาดนัดเปิดท้ายยอดนิยม

1. ตลาดนัดเลียบด่วน รามอินทรา

ตลาดนัดเลียบด่วน รามอินทรา ตลาดเปิดท้ายขายของกลางคืนขนาดใหญ่และคึกคักที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เปิดให้บริการมายาวนานกว่า 13 ปี ตั้งอยู่บนถนนประดิษฐ์มนูธรรม (เลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์) เป็นแหล่งรวมสินค้าหลากหลายประเภท ทั้งเสื้อผ้าแฟชั่น ของใช้มือสอง ของวินเทจ อีกทั้งเป็นศูนย์รวมของกินขนาดใหญ่ที่มีทั้งสตรีตฟู้ด ร้านอาหารซีฟู้ด โซนร้านนั่งดื่ม/บุฟเฟต์ สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีวัชรพล และเดินต่อมาประมาณ 750 เมตร

วันเวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 17.00 – 02.00 น.
เบอร์โทรศัพท์: 082-357-3535 (จองล็อก/กิจกรรม), 082-357-3434 (ติดต่อเรื่องทั่วไป)

2. ตลาดนัดหัวมุม (เกษตร-นวมินทร์)

ตลาดนัดหัวมุม หรือปัจจุบันในชื่อของ หัวมุม Market & More เป็นหนึ่งในตลาดนัดเปิดท้ายกลางคืนขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงอีกแห่งในย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา-เกษตรนวมินทร์ จุดเด่นของตลาดคือร้านอาหารในตำนานชื่อดัง ทั้งขนมครกใบเตยซุ่นฮวด สาคูคุณอารีย์ ผัดไทยภูเก็ต รวมถึงร้านงานคราฟต์สำหรับสายวินเทจโดยเฉพาะ โดยปัจจุบันตลาดได้ย้ายมาตั้งบริเวณหัวมุมถนนสุคนธสวัสดิ์ ห่างจากถนนสตรีวิทยา 2 ประมาณ 150 เมตร

วันเวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 16.00 – 00.00 น.
เบอร์โทรศัพท์: 095-789-4264

3. ตลาดนัดจ๊อดแฟร์ รัชดา

ตลาดจ๊อดแฟร์ รัชดา แหล่งแฮงเอาต์ย่านรัชดาภิเษก ติดกับ MRT ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ทางออกที่ 4 เป็นแหล่งรวมสตรีตฟู้ดที่หลากหลายและทันสมัย โดยเฉพาะเมนูสร้างสรรค์ รวมถึงอาหารทะเลเผาที่ได้รับความนิยมสูง ควบคู่ไปกับโซนตลาดนัดเปิดท้ายขายของด้านแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ ที่คัดสรรสินค้ามีเอกลักษณ์และทันสมัย (Trendy) มีทั้งเสื้อผ้ามือสองสภาพดี รวมถึงของใช้ดีไซน์เฉพาะตัว

วันเวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 17.00 – 01.00 น.
เบอร์โทรศัพท์: 092-7135599, 092-6857979

4. ตลาดนัดรถไฟ ศรีนครินทร์

หากพูดถึงตลาดที่สายวินเทจทุกคนต้องรู้จัก คงหนีไม่พ้น ตลาดรถไฟศรีนครินทร์ ที่โดดเด่นตั้งแต่การตกแต่งร้าน อาคาร ไปจนถึงการรวมตัวของสินค้าหายาก ตลาดแห่งนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเปิดท้ายขายของที่มีสินค้าเฉพาะกลุ่ม เช่น ของสะสม (Collectibles) เฟอร์นิเจอร์โบราณ เสื้อผ้าวินเทจหายาก หรือสินค้ามือสองที่มีดีไซน์เฉพาะตัว อีกทั้งยังอยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวก ติดรถไฟฟ้า MRT สายสีเหลือง สถานีสวนหลวง ร.9

วันเวลาเปิด-ปิด: วันพฤหัสบดี – อาทิตย์ เวลา 17:00-01:00 น.
เบอร์โทรศัพท์: 081-8275885, 086-1267787, 081-7328778, 081-7525588

5. Indy Night Market (ปิ่นเกล้า, ดาวคะนอง, ทองหล่อ)

Image2

ตลาดอินดี้ ตลาดนัดเปิดท้ายขายของที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว เป็นพื้นที่สำหรับ สินค้าทำมือ (Handmade) งานศิลปะ แฟชั่นสไตล์วินเทจหรืออินดี้ที่ไม่ซ้ำใคร และเป็นแหล่งรวมของสะสมหายาก นอกจากนี้ ตลาดอินดี้ยังมักจะมีดนตรีสดหรือกิจกรรมการแสดง ที่เปิดโอกาสให้ศิลปินอิสระได้แสดงความสามารถ ทำให้มีเสน่ห์ดึงดูดกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นและผู้ที่ชื่นชอบงานดีไซน์โดยเฉพาะ

วันเวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 18.00 – 00.00 น. (ปิ่นเกล้า, ดาวคะนอง) เวลา 11.00 – 22.00 น. (ทองหล่อ)
เบอร์โทรศัพท์: 02-100-6728 (ปิ่นเกล้า), 02-101-1236 (ดาวคะนอง), ตลาดอินดี้ ทองหล่อ

6. ตลาดนัดสวนจตุจักร (โซนเปิดท้าย)

ตลาดนัดสวนจตุจักร โซนเปิดท้าย เป็นแหล่งรวมสินค้ามือสองสภาพดี ของวินเทจ และของสะสมหายากที่มีคุณภาพสูง มีราคาดีในท้องตลาด โดยเฉพาะสินค้าแฟชั่น เสื้อผ้าแบรนด์เนม รวมถึงของตกแต่งบ้านที่ไม่ซ้ำใคร ซึ่งมักจะแตกต่างจากสินค้าใหม่ที่ขายในโซนหลักของตลาด นอกจากนี้ โซนเปิดท้ายยังเป็นจุดที่นักช้อปสายล่าสมบัติชื่นชอบเป็นพิเศษอีกด้วย

วันเวลาเปิด-ปิด: วันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 05.00 – 09.00 น.
เบอร์โทรศัพท์: 02-272-4271

7. ตลาดเซฟวัน GO (ติด BTS คปอ)

ตลาดเซฟวันโก เป็นการนำโมเดลตลาดชื่อดังจากจังหวัดนครราชสีมา (เซฟวัน) เข้ามาเปิดในกรุงเทพฯ โดยมีจุดเด่นคือ ความหลากหลายของสินค้าและราคาที่จับต้องได้ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์จากต้นแบบเดิม ซึ่งตลาดจะมีโซนที่เปิดโอกาสให้ผู้ค้าขาจรสามารถเข้ามาเช่าล็อกขายสินค้าแบบรายวันได้โดยไม่ต้องทำสัญญาระยะยาว เพื่อสร้างความหลากหลายของสินค้า และเปิดโอกาสให้มีผู้ค้าหน้าใหม่หมุนเวียนเข้ามาใช้บริการเรื่อย ๆ

วันเวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 18.00 – 00.00 น.
เบอร์โทรศัพท์: LINE: @saveone.go, 092-895-0699

8. ตลาดสุข 71 พลาซ่า

ตลาดสุข 71 พลาซ่า ตลาดนัดเปิดท้ายขายของย่านพระโขนง ทำเลทองที่มีผู้คนและแหล่งชุมชนหนาแน่น ตลาดแห่งนี้มีความยืดหยุ่นสูงสำหรับผู้ค้า โดยมีการแบ่งโซนชัดเจนทั้งอาหาร เสื้อผ้า และของใช้เบ็ดเตล็ด พร้อมอัตราค่าเช่าที่ซึ่งเริ่มต้นต่อวันในราคาไม่สูง (เริ่มต้นเพียง 150-200 บาท/วัน) ทำให้ผู้ค้าขาจรหรือผู้ที่ต้องการทดลองขายสินค้าสามารถเข้าถึงพื้นที่ได้ง่าย โดยไม่ต้องแบกรับภาระค่าเช่ารายเดือนที่สูงเกินไป

วันเวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 10.00 – 22.00 น.
เบอร์โทรศัพท์: 081-247-5960

9. ตลาดนัดการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)

ตลาด กกท. (การกีฬาแห่งประเทศไทย) เป็นอีกหนึ่งทำเลตลาดนัดเปิดท้ายสำหรับชาวบางกะปิ หัวหมาก รวมทั้งโซนใกล้เคียง มีจุดเด่นแตกต่างจากตลาดอื่นอย่างชัดเจนคือ ความสะดวกเรื่องพื้นที่จอดรถ-ทำเลจัดอีเวนต์ ซึ่งการันตีกำลังซื้อที่หมุนเวียนตลอดเวลาจากกลุ่มนักศึกษา คนทำงาน และสายสุขภาพที่มาออกกำลังกาย โดยเฉพาะวันที่มีคอนเสิร์ตหรือแมตช์ฟุตบอลใหญ่ ที่จะมีเหล่าแฟนคลับมาเยี่ยมเยียนสนาม ช่วยเพิ่มโอกาสขายสินค้าประเภทของสะสมศิลปิน หรือเสื้อกีฬาของทีมชื่อดังได้เป็นอย่างดี

วันเวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน ยกเว้นวันพุธ เวลา 16.00 – 23.00 น.
เบอร์โทรศัพท์: 080-043-1474

10. ตลาดกรีนวินเทจ รัชโยธิน

ตลาดกรีนวินเทจ รัชโยธิน สวรรค์ของนักชอปสายวินเทจและของสะสม เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเปิดท้ายขายของประเภทเสื้อผ้าวินเทจหายาก ของแต่งบ้านเรโทร หรือสินค้าคราฟต์ที่มีเอกลักษณ์ ทำเลที่ตั้งใกล้ BTS รัชโยธิน ยังช่วยดึงดูดผู้คนให้เข้ามาจับจ่ายอย่างต่อเนื่อง ช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างยอดขายจากสินค้าที่มีเรื่องราวได้อย่างดีเยี่ยม

วันเวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 16.00 – 00.00 น.
เบอร์โทรศัพท์: 02-000-5942

11. ตลาดเปิดท้ายเมเจอร์ปากเกร็ด (นนทบุรี)

เลยมาโซนใกล้เคียงอย่าง ตลาดเมเจอร์ปากเกร็ด ตลาดไนท์มาร์เก็ตที่เต็มไปด้วยร้านอาหารหลากหลาย ทั้งคาว-หวาน ตั้งอยู่ติดกับ ห้างเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ปากเกร็ด เป็นจุดต่อรถและเรือสำคัญ ทำให้มีกลุ่มลูกค้าหมุนเวียนจำนวนมหาศาล ตลอดทั้งคืน ตั้งแต่วัยรุ่น นักเรียน-นักศึกษา จนถึงคนทำงานในพื้นที่ ซึ่งมีกำลังซื้อปานกลาง เน้นการซื้อสินค้าในชีวิตประจำวัน แฟชั่นราคาประหยัด และสตรีตฟู้ด

วันเวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 16.00 – 23.00 น.
เบอร์โทรศัพท์: 099-062-4289

12. ตลาดบ้านฟ้า เลอ มาร์เช่ (ปทุมธานี)

ตลาดบ้านฟ้า เลอ มาร์เช่ ตลาดนัดเปิดท้ายที่ตั้งอยู่ในทำเลของหมู่บ้านและโซนที่พักอาศัย ทำให้มีกลุ่มลูกค้าประจำที่เป็นครอบครัวซึ่งมีกำลังซื้อที่สม่ำเสมอ จุดเด่นสำหรับผู้ที่ต้องการเปิดท้ายขายของในตลาดนี้ คือสินค้าทำมือ (Handicraft) หรือสินค้าสำหรับครอบครัวและเด็กที่ได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ อีกทั้งยังมีวงดนตรีชื่อดังมาจัดคอนเสิร์ตอยู่บ่อยครั้ง ยิ่งช่วยดึงความสนใจจากเหล่าแฟนคลับศิลปินได้เป็นอย่างดี

วันเวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 16.00 – 21.00 น.
เบอร์โทรศัพท์: 086-305-6690

วิธีเลือกตลาดนัดเปิดท้าย ต้องไม่ใช่แค่ค้นหา “เปิดท้ายขายของใกล้ฉัน”

การเลือกว่าจะเปิดท้ายขายของที่ไหนดี นอกจากเรื่องของความสะดวกในการเดินทางแล้ว ผู้ขายยังจำเป็นต้องพิจารณาถึงปัจจัยหลาย ๆ อย่างที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น

  • ดูว่าสินค้าเหมาะกับนักช้อปกลุ่มไหนแล้วค่อยเลือก

    แม้ปัจจุบันผู้คนจะนิยมซื้อสินค้าแฟชั่น เช่น เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ฯลฯ ผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น แต่จากข้อมูล Priceza E-Commerce Trends 2025 พบว่า ช่องทางตลาดนัดหรือตลาดเปิดท้าย ยังคงมีส่วนแบ่งยอดขายถึง 23% ซึ่งสูงเป็นอันดับที่ 5 (รองจาก Brand Store, ห้างสรรพสินค้า, Online Marketplace และ Social Media)

    ดังนั้น การเลือกสินค้ามาจำหน่ายในตลาดเปิดท้ายขายของ จึงต้องพิจารณากลุ่มเป้าหมายและคู่แข่งให้ดี สินค้าทั่วไปอย่างเสื้อผ้าตามกระแสอาจขายได้ยากเมื่อเทียบกับช่องทางอื่น การเน้นสินค้าที่มีดีไซน์เฉพาะตัว (Unique) เช่น แฟชั่นแนวโบฮีเมียน หรือสตรีตแวร์ จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจกว่า

  • เช็กความถี่และช่วงเวลาเปิด-ปิดของตลาดนัดเปิดท้าย

    ตลาดบางแห่งอาจเปิดให้บริการเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์ หรือเฉพาะวันใดวันหนึ่ง รวมถึงมีช่วงเวลาการขายที่แตกต่างจากโซนตลาดทั่วไป ดังนั้น ก่อนเลือกค้นหาตลาดเปิดท้ายขายของใกล้ฉัน ควรตรวจสอบเวลาให้บริการให้แน่ชัดว่าตรงกับเวลาที่คุณสะดวกหรือไม่ เพื่อให้สามารถลงแรงกับการขายได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลา

  • สอบถามราคาค่าเช่าพื้นที่ และขนาดให้แน่นอน

    ควรตรวจสอบขนาดพื้นที่ให้บริการ ว่าเหมาะสมกับสินค้าและอุปกรณ์ติดตั้งแผงของคุณหรือไม่ เพื่อให้ทราบว่าควรเตรียมอุปกรณ์ไปมากน้อยเพียงใด นอกจากนี้ ต้องสอบถามรายละเอียดค่าใช้จ่ายให้แน่ชัด เช่น ค่าไฟ ว่าคิดในอัตราเท่าไร หรือค่าเช่าพื้นที่ ว่ามีการรวมสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ (เช่น ค่าน้ำ ค่าทำความสะอาด) ไว้ในค่าเช่าแล้วหรือไม่ ทั้งนี้เพื่อป้องกันค่าใช้จ่ายบานปลาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลกำไรในการเปิดร้านของคุณ

เตรียมลงตลาดเปิดท้ายขายของ กับสยามชัยเต็นท์

Image1

เมื่อเลือกพื้นที่ตลาดที่ถูกใจแล้วว่าจะไปเปิดท้ายขายของที่ไหนดี นอกจากการเตรียมประเภทสินค้าที่จะขาย การวางแผนตั้งราคาให้ดีแล้ว การเตรียมอุปกรณ์ตั้งแผง ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ ผ้าปูสำหรับวางสินค้า หรือแม้กระทั่งเต็นท์สำหรับตั้งบูทก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าอากาศประเทศไทยค่อนข้างแปรปรวน ดังนั้น การจัดเตรียมเต็นท์ที่แข็งแรงทนทาน ผลิตจากผ้าใบคุณภาพสูง จะช่วยปกป้องสินค้าจากสภาพแวดล้อมทั้งแดดและฝน รวมถึงช่วยอำนวยความสะดวกให้กับตัวผู้ขายให้สามารถแบ่งโซนกับร้านอื่นได้ชัดเจน

สำหรับใครที่กำลังมองหาบริการเช่าเต็นท์ผ้าใบทั้งระยะสั้นและระยะยาว สำหรับการออกบูทหรือขายสินค้าตามตลาดนัดเปิดท้ายขายของ สยามชัยเต็นท์ เป็นผู้ให้บริการเช่าเต็นท์ทั้งรายวันและรายเดือน มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ หรืออยากจะ Custom เองก็ได้ ตอบโจทย์ร้านค้าทุกประเภท ติดตั้งง่าย มั่นใจด้วยประสบการณ์ยาวนาน พร้อมให้บริการและคำแนะนำด้วยทีมงานมืออาชีพ

ติดต่อเช่า/ซื้อเต็นท์
Facebook: siamchaitentevent
Line: @siamchaitent
โทร: 02-812-8650-8, 099-245-1542