อยากสร้างโรงงาน ต้องรู้ก่อนว่าโรงงานคุณอยู่กลุ่มไหน?
ก่อนจะลงเสาเข็มหรือวางแผนการผลิต สิ่งสำคัญคือการเช็กว่าโรงงานจัดอยู่ในประเภทไหน เพราะหน้าที่และความรับผิดชอบตามกฎหมายจะต่างกันไปตามแรงม้าและคนงาน
โรงงานจำพวกที่ 1 (การสร้างโรงงานขนาดเล็ก)
มีเครื่องจักรไม่เกิน 50 แรงม้า หรือใช้คนงานไม่เกิน 50 คน กลุ่มนี้สามารถเริ่มประกอบกิจการได้เลยโดยไม่ต้องขอใบอนุญาต แต่ต้องควบคุมดูแลเรื่องความปลอดภัยและมาตรฐานตามที่รัฐกำหนดให้เรียบร้อย
โรงงานจำพวกที่ 2 (การสร้างขนาดกลาง)
เครื่องจักรมีกำลังตั้งแต่ 50-75 แรงม้า หรือคนงาน 50-75 คน สำหรับกลุ่มนี้ กฎหมายกำหนดให้ต้อง “แจ้ง” ต่อเจ้าหน้าที่ให้รับทราบก่อนที่จะเริ่มเดินเครื่องจักรจริง
โรงงานจำพวกที่ 3 (การสร้างโรงงานขนาดใหญ่หรือความเสี่ยงสูง)
หากใช้เครื่องจักรเกิน 75 แรงม้า หรือมีคนงานเกิน 75 คน หรือเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องเฝ้าระวังเรื่องสิ่งแวดล้อม กลุ่มนี้จำเป็นต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานหรือ “ร.ง.4” จากกรมโรงงานอุตสาหกรรมก่อน ถึงจะสามารถเริ่มก่อสร้างและรันระบบผลิตได้
กฎหมาย 3 ด้านหลัก ผู้ที่กำลังสร้างโรงงานห้ามมองข้าม
การสร้างโรงงานต้องอยู่ภายใต้กรอบระเบียบที่เคร่งครัดของกฎหมาย ดังต่อไปนี้
1. กฎหมายผังเมือง
ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่าที่ดินอยู่ในเขตพื้นที่สีม่วง (เขตอุตสาหกรรม) หรือพื้นที่สีม่วงอ่อน (คลังสินค้า) หรือไม่ หากอยู่นอกพื้นที่ที่กฎหมายกำหนด การยื่นขออนุญาตจะไม่สามารถทำได้เลย
โดยผู้ที่กำลังจะสร้างโรงงาน สามารถตรวจสอบแผนผังและข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามผังเมืองรวมทั่วประเทศได้ที่ https://landuseplan.dpt.go.th/main/
2. มาตรฐานสิ่งแวดล้อม (EIA/EHIA)
การสร้างโรงงานบางประเภทที่มีการปล่อยของเสีย หรือส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จำเป็นต้องจัดทำรายงานประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เพื่อยืนยันความปลอดภัยต่อชุมชนรอบข้าง
3. ความปลอดภัยและสวัสดิการแรงงาน
ตั้งแต่โครงสร้างอาคารที่ต้องได้รับมาตรฐานวิศวกรรม ระบบระบายอากาศ ไปจนถึงระบบป้องกันอัคคีภัยและทางหนีไฟ ทุกส่วนต้องตรงตามกฎหมายแรงงาน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีและปลอดภัย
5 ขั้นตอนการขอใบอนุญาต ร.ง.4 สำหรับสร้างโรงงานขนาดใหญ่
กระบวนการขอใบอนุญาต ร.ง.4 มีความเข้มงวดมากขึ้นโดยเฉพาะโรงงานจำพวกที่ 3 (โรงงานขนาดใหญ่หรือที่มีมลพิษ) โดยมีขั้นตอนสำคัญ คือ
1. การตรวจสอบผังเมืองและทำเล
ต้องตรวจสอบว่าพื้นที่นั้นอยู่ใน “เขตสี” ที่อนุญาตให้ตั้งโรงงานประเภทนั้น ๆ ได้ตาม พ.ร.บ. ผังเมือง และไม่อยู่ในระยะประชิดกับชุมชน ศาสนสถาน หรือสถานศึกษาตามที่กฎหมายกำหนด
2. การจัดทำรายงานผลกระทบ (EIA/EHIA)
หากเป็นโรงงานขนาดใหญ่หรือประเภทที่มีความเสี่ยงสูง ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) สำหรับโครงการที่มีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และอนามัย เช่น โรงงานผลิตเหล็กที่มีกำลังผลิตสูง หรือโรงแยกก๊าซธรรมชาติ ซึ่งต้องผ่านความเห็นชอบจาก สผ. ก่อนจึงจะยื่นขอ ร.ง.4 ได้
3. การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน
สำหรับโรงงานที่มีแนวโน้มกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ต้องมีการจัดทำประชาพิจารณ์หรือรับฟังความเห็นจากชุมชนรอบข้างในรัศมีที่กำหนด
4. ยื่นคำขอสร้างโรงงานผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
ปัจจุบันกรมโรงงานฯ มีระบบที่ช่วยอำนวยความสะดวกผู้ประกอบกิจการโรงงาน ให้สามารถยื่นเรื่องเพื่อให้เจ้าหน้าที่พิจารณาผ่านระบบออนไลน์ได้ ผ่านระบบ i-industry โดยต้องแนบเอกสาร
- ข้อมูลผู้ยื่นเอกสาร
- ข้อมูลกิจการโรงงาน
- การผลิต
- เครื่องจักรในการผลิต
- กระบวนการผลิต
- ระยะเวลาดำเนินการ
- เอกสารอื่น ๆ
โดยผู้ขอต้องเตรียมเอกสารเพื่ออัปโหลดเข้าระบบ เป็นไฟล์ประเภท PDF, JPG และ PNG
5. การพิจารณาและใบอนุญาต
เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารและสถานที่ (ในบางกรณี) โดยมีกรอบระยะเวลาพิจารณาตามคู่มือประชาชน (ประมาณ 30-90 วัน ขึ้นอยู่กับความซับซ้อน)
ทำไมควร “เช่าเต็นท์” ระหว่างรอสร้างโรงงาน?
ในหลายกรณีที่การก่อสร้างอาคารจริงใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปี ซึ่งอาจทำให้ธุรกิจเสียโอกาสทางการค้า แต่การเช่าเต็นท์ระหว่างรอสร้างโกดัง หรือโรงงานนั้น สามารถติดตั้งได้รวดเร็ว ช่วยให้ธุรกิจสามารถรับโปรเจกต์ด่วนจากลูกค้าได้ทันที แม้โรงงานหลักยังไม่เสร็จ โดยเลือกเจ้าที่มีเต็นท์พรีเมียม โครงสร้างอะลูมิเนียมที่มีน้ำหนักเบา แต่ทนทานแข็งแรง สามารถติดตั้งระบบไฟฟ้า แสงสว่าง และเครื่องปรับอากาศได้เหมือนอาคารโรงงานปกติ
ติดต่อเช่าเต็นท์สร้างโรงงาน
Facebook: siamchaitentevent
Line: @siamchaitent
โทร: 02-812-8650-8, 099-245-1542

